iPhone Vs Android


คำถามโลกแตก!... iphone Vs Android

ผมเชื่อว่าหลายท่านคงมีคำถามนี้อยู่ในใจ ก่อนเลือกซื้อ Smart Phone หรือ Tablet ดีๆสักเครื่องนึง เพราะเดี๋ยวนี้ราคาก็ไม่ได้ถูก แต่ละเครื่องถ้าเป็นรุ่น "เรือธง" ของแต่ละค่าย ราคาทะลุ 2 หมื่นทั้งนั้น

จึงเป็นที่มาของคำถามว่า iphone กับ Android อะไรดีกว่ากัน? ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ ก็คือ "ไม่มีคำตอบ" (แล้วมันจะบอกทำซากไรฟ่ะ) 555

ที่ว่า "ไม่มีคำตอบ" นั้นหมายถึง ผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด ต้องเป็นตัวท่านเอง ก็เหมือนกับคนเถียงกันเรื่อง ลิเวอร์พูล-แมนยู / เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ / ไก่กับไข่ ซึ่งแต่ละคนนั้น ย่อมมีวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน Life Style ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการจะไปถามให้คนอื่นมาตอบแทนตัวท่านว่า iphone กับ Android นั้น อะไรดีกว่ากัน

ฉะนั้นต่อจากนี้คือการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียเอาแบบคร่าวๆเข้าใจง่ายไม่ต้องลงลึกนัก ของ Smart Phone 2 ระบบปฏิบัติการยักษ์ใหญ่ ซึ่งยังไม่นับรวมระบบ Windows phone เข้าไปด้วย เอาแค่ IOS กับ Android เป็นหลัก เพราะมีขายกันเกลื่อนตลาดเมืองไทยในตอนนี้

1. Spec Hardware : เช่น Cpu Ram Gpu

IOS : ไม่จำเป็นต้องสูง เพราะระบบปฏิบัติการ IOS ถูกออกแบบมาให้สามารถ Run บน Hard ware ที่ไม่ต้องมีความสามารถสูงได้ ดังนั้นบางที เราจะเห็นว่า ขณะที่ Android ต้องเรียกใช้ Cpu ถึง 4 หัวเพื่อ Run Application ตัวหนึ่งให้ลื่นไหล IOS กลับใช้ความสามารถของ CPU เพียงแค่ Daul Core ที่มีเพียงแค่ 2 หัว ก็ลื่นไหลได้เช่นเดียวกัน

Android : มีการออกแบบ Spec ที่หลากหลาย และพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์ทั่วไป ไล่กันมาตั้งแต่ CPU แบบ หนึ่งหัว สองหัว สี่หัว และมีแนวโน้มว่าจะมีการใช้ CPU ชนิดแยกการประมวลผลแบบ 8 Core เร็วๆนี้ ซึ่งประสิทธิภาพการใช้งานนั้นย่อมแตกต่างกันตามความเร็วและประสิทธิภาพของ Hardware และถามว่าทำไม Android ต้องมีการทำ Spec Hardware ให้หลากหลายและความสามารถต่างกัน คำตอบก็คือ เรื่องราคาและกลไกการตลาด ที่สามารถทำให้ Android บางรุ่นมีราคาต่ำกว่า 3 พันบาท และสามารถใช้งาน app ได้ไม่แตกต่างจาก Android เครื่องละ 3 หมื่นบาท เพียงแต่ความรวดเร็วในการใช้งานและประสิทธิภาพการแสดงผลอาจแตกต่างกัน

นอกจากนี้ Android ในแต่ละแบรนด์ ยังสามารถเพิ่มลูกเล่นทางด้าน Hardware เข้าไป และมีการแข่งขันในตลาด Android ด้วยกันเองสูง ทำให้เทคโนโลยีด้าน Hardware ของ Android พํมนาแบบก้าวกระโดด เร็วกว่าฝั่ง IOS ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น 
-หน้าจอการแสดงผลในระดับ Full HD
-หน้าจอการแสดงผลขนาดใหญ่ตั้งแต่ 4'-5.5' ในส่วนของ Smart phone
-กล้องระดับความละเอียดสูงสุดถึง 18 ล้านพิกเซล หรือกล้องหน้าระดับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
-การเลือกใช้เลนส์คุณภาพสูงจากค่ายอิสระชื่อดัง ระบบวัดแสง หรือ F.stop ต่ำๆ ที่ให้คุณภาพของภาพถ่ายออกมาดีกว่า

และอื่นๆอีกมากมาย สรุปคร่าวๆว่า Android มีโอกาสพัฒนากันแทบทุกอาทิตย์ เพราะมีหลายยี่ห้ออยู่ในตลาด แต่ IOS มีโอกาสพัฒนาเพียงปีละครั้งเพื่อเปิดตัว iphone รุ่นใหม่ๆ ประจำปี

2.ความเสถียรของระบบ

IOS : จากการทดลองใช้งานที่เคยผ่านมา พบว่าระบบ IOS มีความเสถียรของระบบ สูงกว่า Android ไม่พบปัญหาเครื่อง Hang เครื่องค้าง บ่อยมากนัก หากเครื่องนั้นไม่ได้ เจลเบรค หรือ พื้นที่หน่วยความจำในตัวเครื่องเหลือน้อยเกินไป เนื่องจากที่กล่าวมาแล้วว่าระบบ IOS ไม่จำเป็นต้องใช้ Spec Hardware ทั้งในเรื่อง CPU หรือ Ram ที่สูงมากนัก หรือในบางทีอาจเพียงครึ่งเดียวของ Android รุ่นท๊อป ที่ขายอยู่ในปัจจุบัน ก็สามารถรันได้ลื่นไหลแบบไกล้เคียงกันจนแยกไม่ออกเลยทีเดียว

Android : ด้วยความที่มี Spec Hardware ที่ค่อนข้างหลากหลาย จากหลายช่วงราคาที่ขายอยู่ในตลาด ทำให้การทำงานในระบบของ Android รุ่นเล็กๆ ถึงรุ่นกลางๆ มีปัญหาในเรื่องของการทำงาน ทั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากเวอร์ชั่นของ Android ที่เก่าเกินไป หรือ Spec Hardware ของตัวเครื่องไม่เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากเป็น Android ในระดับช่วงราคาที่ใกล้เคียงกับราคาขายของตระกูล IOS แล้ว ก็มีความเสถียรในระบบดีไม่แตกต่างกัน เรียกได้ว่าลื่นหัวแตกกันไปเลย และใน Android บางรุ่นยังสามารถรัน app แบบ Mu-ti Windows แบบหลายๆ app ได้พร้อมๆกันซะด้วย


3. การใช้งานด้าน Application :

IOS : ในส่วนนี้ แทบไม่แตกต่างกับทางฝั่ง Android เลย เพียงแต่ว่าหากมี App ใหม่ๆ เกิดขึ้นในตลาด จะถูกพัฒนาในฝั่ง IOS ก่อน จากนั้นจึงขยายไปยัง google play และพบว่าหลาย app บน IOS ทำงานได้ดีกว่า และที่สำคัญในระบบ IOS นี้หากสามารถทำการ Jailbreak เครื่องได้แล้ว จะสามารถโหลด app มาใช้ได้ฟรีๆแบบไม่เสียสตางค์

Android : จุดเด่นของ App บน Android ก็คือ app หลายตัวมีราคาถูกกว่า app ใน IOS และมีการจัดโปรโมชั่นลดราคา App หลายครั้ง บางทีมีการลดราคาจาก 700 บาท เหลือเพียง 7 บาทเท่านั้นและที่สำคัญ app ที่ซื้อจาก google play ยังสามารถนำไปใช้กับ android เครื่องอื่นๆของท่านได้อีก หากใช้ gmail ตัวเดียวกันในการ sing in นั่นเท่ากับว่าซื้อ app ตัวเดียวใช้ได้หลายเครื่องเท่าที่ต้องการกันไปเลย

และข้อเปรียบเทียบที่สำคัญของทั้ง IOS และ Android คือการทำงานร่วมกับระบบของ Microsoft ซึ่งมีหลายท่านที่คิดจะซื้อมาเพื่อใช้งาน แก้ไขงาน พิมพ์งาน ให้ใกล้เคียงกับ Notebook ไปเลยว่างั้นเถอะ

ในเรื่องนี้บอกได้เลยว่า Application ที่ใช้งานร่วมกันกับ Microsoft Office ของ Android เช่น Office suite / Qick office หรือแม้แต่ polalis office สามารถใช้งานได้ดีกว่า app ของทางฝั่ง IOS ทั้งการแสดงผลในส่วนของ Powerpoint Excell และ word สามารถเชื่อต่อ LCD Projecter เพื่อ Present งานได้ทันที

แต่อย่างไรก็ตามทั้ง IOS และ Android ก็ยังไม่สามารถแก้ไขงานได้เต็มรูปแบบเหมือนในคอมพิวเตอร์ PC หรือ Notebook เพราะรูปแบบการจัดวางจะผิดเพี้ยนไปเกือบทั้งหมด เมื่อนำไปเปิดเพื่อใช้งานจริงๆอีกครั้ง หรือพูดง่ายๆว่าเอาไว้แค่เปิดดูและแก้ไขคำผิดได้นิดๆหน่อยๆ แต่จะให้สร้างหรือแก้ไขรูปแบบนั้นเอง แต่ถ้าจะเอามันส์ๆหรือสมบูรณ์แบบไปเลยนั้น เห็นจะต้องลองไปหา Windows Phone เพื่อตอบโจทย์นี้

4.การใช้งานและการเชื่อมต่อ :

IOS : เป็นที่ทราบกันดีกว่า การใช้งานของระบบ IOS ในตระกูลพวก iphone หรือ ipad นั้น โดยพื้นฐานของผู้ใช้งานธรรมดาทั่วไป จะต้องใช้ itune ในการเชื่อมต่อ IOS ของท่านกับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการลงเพลง ลงหนัง เพื่อพกพาไปดูยังสถานที่ต่างๆ และที่สำคัญบังคับให้ sync กับคอมพิวเตอร์หลัก เครื่องที่เก็บข้อมูลไว้ทั้งหมดเพียงเครื่องเดียว นั่นหมายความว่าหากท่านนำ IOS ของท่านไป sync กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ข้อมูลที่ท่านจัดการไว้ทั้งหนัง ทั้งเพลง ทั้ง app จะหายวับไปกับตาทันที แม้ app จะสามารถกู้กลับมาได้ แต่ส่วนใหญ่จะต้องเป็น app ที่ซื้อถูกต้องตามกฏหมายผ่าน app store เท่านั้น ส่วนข้อมูลอื่นต้อง Sync เข้าไปใหม่ทั้งหมด

Android : สามารถเชื่อมต่อเพื่อจัดการข้อมูล ทั้งไฟล์เพลง หนัง หรือ ริงโทน ได้เช่นเดียวกับการเชื่อมต่อ Flash Drive ทั่วไป และที่สำคัญ Android ในบางรุ่นยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกอย่าง Micro SD Card ได้สูงสุดถึง 64GB กันเลยทีเดียว

5.บทสรุปคร่าวๆ

IOS : ส่วนใหญ่ผู้คนที่เลือกใช้งาน Smart Phone หรือ Tablet ตระกูลนี้ จะเน้นการใช้งานในระบบ Social Network เป็นหลัก รวมทั้งการเล่นเกมส์ และ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ประเทต่างๆ เพราะใช้งานค่อนข้างง่าย และระบบมีความเสถียร จากราคาขายที่ค่อนข้างสูง ผู้ตัดสินใจเลือกใช้งานค่ายนี้ จึงต้องตอบคำถามให้ได้ว่า Life Style ของท่าน คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

Android : มีการวางช่วงราคาขายในตลาดที่หลากหลาย ตาม Spec ของแต่ละค่าย ไล่ตั้งแต่หลักพันยันหลักหลายหมื่น และ app ไม่ได้แตกต่างจากทางฝั่ง IOS เพียงแต่ว่า จะต้องเลือก app บางตัวให้เหมาะสมกับการทำงาน หรือ Spec Smart Phone ของท่าน เพราะในบางรุ่นที่ Spec ต่ำเกินไป อาจมีปัญหาการค้างของระบบ ส่วนใหญ่ app ประเภทนี้จะเป็นพวกเกมส์ที่ต้องการประมวลผลแบบ 3D ซะมากกว่า ส่วน app ประเภท Social network ทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็น facebook line instagram สามารถ Run ได้อย่างเป็นปกติ เหมือนทั่วๆไป แต่อาจช้าบ้างสำหรับ android ที่มี Ram ต่ำกว่า 512MB

โดยผู้ตัดสินใจเลือกใช้งานค่ายนี้ส่วนใหญ่ ต้องการ Smart Phone หรือ Tablet ราคาประหยัด ที่เหมาะสมกับ Life Style ของแต่ละคน ส่วนจะเลือกใช้งานในช่วงราคาใดนั้น คงต้องดูกันว่าแต่ละคนมีการใช้งานมากแค่ไหน ต้องการจอใหญ่เพื่อให้อ่านได้ดีขึ้นหรือไม่ ต้องการปากกาเพื่อจดงานได้ทันท่วงทีไหม นั้นแหละจะเป็นคำตอบให้ท่านเลือกการใช้งานตามความเหมาะสมของท่าน มากกว่าแฟชั่น หรือ กระแสนิยม.

Credit: EGAT Android


CRESCERE Thailand Co.,Ltd.

เลขที่ 65 อาคาร 42ทาวเวอร์ ชั้น M
ซอยสุขุมวิท 42 (กล้วยน้ำไท) ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 แฟกซ์ : 02-712-4007
icon map location

" เดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย 300 เมตร
เข้ามาในซอยสุขุมวิท 42
หรือถนนพระรามที่ 4 ( แยกกล้วยน้ำไทย )"

addmap.org
Print map
02-962-0371

Official Contact

Managing Director : Mr.Masahiro Tsubono

Software Development

Manager : ทศพล แก้วสาร

Tel : 084-820-7280

© CRESCERE(THAILAND) CO.,LTD. All rights reserved.